OooGrammar TodayooO

posted on 15 Dec 2008 21:28 by siripong27

 

 

 

“--'Me'--”

      My name is Siripong Kaoyai

 

               No.27 M.503

 

                   Suankularb Wittayalai

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     Tense คืออะไร

           Tense คือการใช้กริยาในรูป (form) ต่างๆ เพื่อบอกเวลา เช่น เมื่อกริยาอยู่ในรูปปัจจุบัน ก็จะแสดงให้รู้ว่าเป็นการกระทำที่เกิดในปัจจุบัน และเมื่อกริยาอยู่ในอีกรูปอดีต ก็จะแสดงให้รู้ว่าเป็นการกระทำที่เกิดในอดีต เป็นต้น

           รูป (form) ของกริยาจึงเป็นสิ่งสำคัญในการเรียนเรื่อง Tense ไม่แพ้กับการทำความเข้าใจกับการใช้ Tense ดังนั้นตลอดบทเรียนนี้ ครูสมิทธิ์จะแสดงรูปกริยาของ Tense ต่างๆ ทั้งในแบบประโยคบอกเล่า ประโยคปฎิเสธ และประโยคคำถาม ตลอดจนรูปกริยาที่ใช้กับประธานบุรุษต่างๆ ทั้งที่เป็นเอกพจน์และ

............................................................................................................................................................

วิธีทำกริยาให้อยู่ในรูป be going to มีดังนี้

  • เปลี่ยน กริยา be ให้อยู่ในรูปที่เข้ากับประธานเสียก่อน
  • จากนั้นใส่ going to ตามด้วยกริยาตัวที่เราต้องการสื่อความหมายลงไป (be going to เฉยๆ จะไม่ให้ความหมายเท่าไรนัก เพียงแปลว่า "จะ" เท่านั้น)

เช่น ถ้าจะบอกว่า ฉันจะนอน ก็ให้เขียนประธานขึ้นมาก่อนว่า I จากนั้น ทำกริยา be ให้สอดคล้องกับประธาน I ซึ่งก็คือ เปลี่ยนจาก be เป็น am แล้วใส่ going to sleep เข้าไป เพียงเท่านี้ก็จะได้ประโยคว่า I am going to sleep ซึ่งแปลว่า ฉันจะนอน

ลองดูตารางต่อไปนี้ ครูใช้กริยา leave ซึ่งแปลว่า ออกเดินทาง ดังนั้น

  • ประโยคบอกเล่าจึงแปลว่า ...จะออกเดินทาง
  • ประโยคคำถามแปลว่า ...จะออกเดินทางหรือไม่
  • ประโยคปฏิเสธแปลว่า ...จะไม่ออกเดินทาง

ประโยคบอกเล่า

ประโยคคำถาม

ประโยคปฏิเสธ

I am going to leave.
I'm going to leave.

Am I going to leave?

I am not going to leave.
I'm not going to leave.

You are going to leave.
You're going to leave.

Are you going to leave?

You are not going to leave.
You aren't going to leave.
You're not going to leave.

He is going to leave.
He's going to leave.

Is he going to leave?

He is not going to leave.
He's not going to leave.
He isn't going to leave.

She is going to leave.
She's going to leave.

Is she going to leave?

She is not going to leave.
She's not going to leave.
She isn't going to leave.

It is going to leave.
It's going to leave.

Is it going to leave?

It is not going to leave.
It's not going to leave.
It isn't going to leave.

We are going to leave.
We're going to leave.

Are we going to leave?

We are not going to leave.
We're not going to leave.
We aren't going to leave.

They are going to leave.
They're going to leave.

Are they going to leave?

They are not going to leave.
They're not going to leave.
They aren't going to leave.

 ............................................................................................................................................................

Present Continuous Tense

 

รูปแบบกริยา

 

 

เมื่อพูดถึงเหตุการณ์หรือการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะที่พูด ให้ใช้ Present Continuous ซึ่งเราอาจเพิ่ม adverb of time (now, just now, right now, etc.) เพื่อบอกรายละเอียดของเวลาที่การกระทำนั้นเกิดได้อีกด้วย เช่น

 

  • The children are just having breakfast.
    เด็กๆ กำลังทานอาหารเช้ากันอยู่พอดีเลย
  • He is listening to the radio right now.
    เขากำลังฟังวิทยุอยู่ในตอนนี้
  • Please don't make so much noise. I'm studying.
    กรุณาอย่าส่งเสียงดัง ฉันกำลังลังอ่านหนังสืออยู่
  • "Where is Nitty?" "She's taking a bath."
    "นิตตี้อยู่ไหน?" "หล่อนกำลังอาบน้ำอยู่"
  • Let's go out now. It isn't raining any more
    ออกไปข้างนอกกันเถอะ ฝนหยุดตกแล้ว (ในขณะนี้ฝนไม่ตก)
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ถ้าเป็นการกระทำที่ทำอยู่ในปัจจุบันก็ให้ใช้ Present Continuous

 

ลองดูตารางต่อไปนี้

 

ชนิดของการกระทำ

ตัวอย่างประโยค

คำอธิบาย

 

กระทำที่เกิดในขณะที่พูด

John is winning the game.

จอห์นกำลังชนะเกมส์นี้
ข้อความนี้แสดงว่าจอห์นกำลังนำอยู่ แต่เกมส์นี้ยังไม่จบ

It's raining outside.

ฝนกำลังตกอยู่ข้างนอก
แสดงว่าขณะนี้ฝนกำลังตก (แต่อาจจะหยุดในไม่ช้า)

Soraya's working in the library.

โซราย่ากำลังทำงานอยู่ในห้องสมุด
แสดงว่าในขณะที่ผู้พูดพูดประโยคนี้อยู่ โซราย่ากำลังทำงานอยู่ในห้องสมุด

Sihol is spending Christmas with his family.

ซิฮอลกำลังใช้เวลาในช่วงวันคริสมาสกับพ่อแม่
แสดงว่าปีนี้เขาอยู่กับพ่อแม่ในช่วงคริสมาส แต่อาจไม่ใช่นิสัยหรือสิ่งที่ซิฮอลทำอยู่เป็นประจำทุกปี

สิ่งที่ไม่เปลี่ยนแปลงบ่อย
หรือ สภาพของสิ่งต่างๆ

Lora lives in Florida .

ลอร่าอาศัยอยู่ในรัฐฟลอริด้า
การอาศัยอยู่ในที่ใดที่หนึ่งน่าจะเปลี่ยนแปลงไม่บ่อยนัก

Jean-Paul has red hair.

ณองปอลมีผมสีแดง
สีผมเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง (สีผมธรรมชาติ)

Martin likes chocolate.

มาตินชอบช็อกโกแล็ต
ความชอบเป็นนิสัยจึงไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงบ่อย

Anna believes in God.

แอนน่าเชื่อในพระเจ้า
ความเชื่อมีน่าจะเปลี่ยนแปลงบ่อย

หมายเหตุ Present Continuous ยังสามารถใช้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดในอนาคตได้อีกด้วย

การทำกริยาให้อยู่ในรูป Present ContinuousTense

ในหน้านี้ครูสอนการทำกริยาให้อยู่ในรูป Present Continuous Tense ทั้งเมื่อเป็นประโยคบอกเล่า ประโยคคำถาม ประโยคปฎิเสธ

ประโยคบอกเล่า

รูปกริยาใน Present Continuous Tense ประกอบด้วย กริยา BE (ใน present tense เช่น is, am, are) และกริยาที่เติม -ing ตัวอย่างต่อไปนี้ ครูจะใช้กริยา sing เป็นตัวอย่างในการสร้างรูปกริยาใน Present Continuous Tense

ประธาน

กริยา BE

กริยาเติม -ing

 

 

I

am

singing

You

are

singing

He

is

singing

She

is

singing

It

is

singing

We

are

singing

They

are

singing

วิธีการเติม -ing

 

โดยทั่วไปเราสามารถเติม -ing ต่อท้ายกริยาได้ทันที แต่ในบางกรณีเราอาจต้องเปลี่ยนแปลงกริยาตั้งต้นก่อนที่จะเติม -ing ลงไปได้ เช่น

กริยาลงท้ายด้วย...

วิธีการเติม -ing

ตัวอย่าง

 

 

หน้าพยัญชนะท้ายมีสระ 1 ตัว

ใส่พยัญชนะท้ายเพิ่มไปอีกหนึ่งตัวแล้วเติม -ing

swim - swimming
hit - hitting
get - getting

หน้าพยัญชนะท้ายมีสระหนึ่งตัวและลงท้ายตัว E

ตัด E ออกแล้วเติม -ing

come - coming
lose - losing
live - living

คำอื่นๆ

เติม -ing

say - saying
go - going
walk - walking

 

ประโยคปฏิเสธ (Negative)

ประโยคปฎิเสธใน Present Continuous Tense ทำได้ด้วยการเติม not หรือ n't หลังกริยา BE

ประโยคบอกเล่า

ประโยคปฏิเสธ

ปฏิเสธแบบลดรูป

 

 

I am eating.

I am not eating.

I'm not eating.

You are working.

You are not working.

You aren't working.

He is driving.

He is not driving.

He isn't driving.

She is teaching.

She is not teaching.

She isn't teaching.

It is raining.

It is not raining.

It isn't raining.

We are reading.

We are not reading.

We aren't reading.

They are writing.

They are not writing.

They aren't writing.

 

ประโยคคำถาม (Question)

ประโยคคำถามในภาษาอังกฤษมี 2 แบบ ได้แก่ การตั้งคำถามเพื่อให้ได้คำตอบว่า ใช่หรือไม่ (yes/no question) และการตั้งคำถามเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เจาะจงว่าใคร(who), อะไร(what), เมื่อไหร่(when), ที่ไหน(where), ทำไม(why) และ อย่างไร (how) โดยคำถามประเภทนี้มักขึ้นตั้นคำบอกคำถามด้วย wh- เราจึงเรียกว่าคำถามประเภทนี้ว่า Wh- question

 

การสร้างประโยคคำถามเพื่อคำตอบว่า ใช่หรือไม่ใช่ (Yes/No question) ใน Present Continuous Tenseย้ายกริยา BE ไปไว้หน้าประโยค

 

การสร้างประโยคคำถามเพื่อให้ได้ข้อมูลที่เจาะจง (Wh-question) ใน Present Continuous Tense ย้ายกริยา Be ไปไว้หน้าประโยค แล้วเติมคำแสดงคำถามลงไป

ประโยบอกเล่า

ประโยคคำถาม แบบให้ตอบว่า ใช่/ไม่ใช่

ประโยคคำถามที่ขึ้นต้นด้วย Wh-

 

 

I am eating.

Am I eating?

What am I eating?

You are crying.

Are you crying?

Why are you crying?

He is going.

Is he going?

Where is he going?

She is arriving.

Is she arriving?

When is she arriving?

It is sleeping.

Is it sleeping?

Why is it sleeping?

We are leaving.

Are we leaving?

When are we leaving?

They are fighting.

Are they fighting?

Why are they fighting?

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ให้ใส่คำบอกคำถามไว้ข้างหน้าประโยคคำถามแบบ Yes/No โดยให้คิดว่า ถ้าเราไม่ใส่คำบอกคำถามให้แน่นอนลงไป ผู้ตอบก็จะตอบแค่ ใช่หรือไม่ใช่ แต่ถ้าเราใส่คำบอกคำถาม เช่น ใคร(who), อะไร(what), เมื่อไหร่(when), ที่ไหน(where), ทำไม(why) และ อย่างไร (how) ไว้แล้ว ผู้ตอบจะต้องตอบให้ตรงกับคำบอกคำถาม ดังนั้นความแตกต่างเรื่องการสร้างประโยคคำถามทั้งสองแบบนี้อยู่ที่ แบบหนึ่งไม่มีคำบอกคำถาม ในขณะที่อีกแบบหนึ่งมีคำบอกคำถาม

 ............................................................................................................................................................

 

edit @ 15 Dec 2008 21:47:43 by wakkaz

edit @ 15 Dec 2008 21:49:09 by wakkaz

edit @ 15 Dec 2008 21:58:56 by wakkaz

edit @ 15 Dec 2008 22:06:01 by wakkaz

edit @ 15 Dec 2008 22:07:39 by wakkaz

edit @ 15 Dec 2008 22:09:11 by wakkaz

the moon

posted on 13 Dec 2008 21:24 by siripong27

 Conjunction of
Moon, Venus and Jupiter    

//////////////////////////////////////////////////////////////

 ปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือน โดยข้างล่างเป็นดวงจันทร์ขึ้น 4 ค่ำ เดือน 1
ข้างบนดวงที่สว่างสุดเป็นดาวศุกร์ ส่วนดวงที่สว่างน้อยกว่าเป็นดาวพฤหัส



ในปีนี้มีความพิเศษกว่าหลายๆ ปีที่ผ่านมา เพราะตามปกติปรากฏการณ์ดาวเคียงเดือน
จะมีดาวที่มาเคียงดวงจันทร์แค่ดวงเดียว บางครั้งอาจจะเป็นดาวศุกร์หรือดาวพฤหัส
การที่ดาวสองดวงมาเคียงเดือนนั้น ถือว่าเป็นปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยากมาก   สามารถดูได้เพียงวันที่ 1 ธันวาคม เท่านั้น
ตั้งแต่เวลาพระอาทิตย์ตกจนถึงเวลาประมาณ 20.30 น.
สำหรับในวันที่ 2 ธันวาคม พระจันทร์จะอยู่สูงกว่าดวงดาว 12 องศา
ซึ่งจะเห็นเป็นรูปพระจันทร์หน้าบึ้งกลับหัว
            

 "ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นดาวพฤหัส ดาวศุกร์และดวงจันทร์ โคจรมาอยู่ในกลุ่มดาวคนยิงธนู
ซึ่งดาวพฤหัสจะใช้เวลาในการเปลี่ยนราศีปีละ 1 ราศีและใช้เวลาโคจรรอบดวงอาทิตย์ทั้งหมด
12 ปี ทำให้โอกาสของดาว 2 ดวงและพระจันทร์โคจรมาอยู่บนราศีเดียวกันเป็นเรื่องยาก
ต้องใช้เวลานับสิบปี ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องแปลก เป็นไปตามระบบสุริยะ
แต่เป็นเรื่องยากที่จะได้พบเห็น
    

 

 

 

 

 

 

พระจันทร์ดวงใหญ่ที่สุด ในรอบปี นายนิพนธ์ ทรายเพชร ราชบัณฑิตทางด้านดาราศาสตร์

และผู้เชี่ยวชาญด้านดาราศาสตร์ของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี (สสวท.)
กล่าวว่า ในวันขึ้น 15 ค่ำนี้ หรือวันพระใหญ่ น้ำทะเลจะขึ้นลงมาก
เพราะดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์อยู่ในแนวเดียวกัน เรียกว่า วันน้ำเกิด
หรือจะตรงกับวันศุกร์ที่ 12 ธันวาคมนี้ ดวงจันทร์จะอยู่ใกล้โลกมากที่สุดในรอบปี
ทำให้เกิดน้ำขึ้นน้ำลงมากกว่าวันพระใหญ่อื่น ๆ
และจะเห็นดวงจันทร์ดวงใหญ่กว่าปกติ โดยเฉพาะเวลาประมาณเที่ยงคืน

นายนิพนธ์ กล่าวว่า ขอเชิญชวนประชาชนที่อยู่ใกล้ทะเลและชอบชมความงามของพระจันทร์วันเพ็ญ
สามารถรอชมได้ในวันพรุ่งนี้ (12 ธ.ค.)
ซึ่งสามารถชมความงามของพระจันทร์ตั้งแต่เริ่มขึ้นได้ตั้งแต่เวลาประมาณ 18.00 น.
และจะเห็นชัดเจนในเวลาประมาณเที่ยงคืน 
   

 

 ชวนดูฝนดาวตกเจมินิดส์ 13-14 ธค.2551

3 ทุ่มครึ่ง 13 ธค.นี้ สดร.ชวนดูปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์ สังเกตเห็นได้ทางทิศตะวันออก
ต่อาจเห็นไม่ชัดเจนเพราะแสงจากดวงจันทร์รบกวน

สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
เชิญชวนประชาชนผู้ที่สนใจรวมทั้งผู้ที่รักในกิจกรรมดูดาวชมปรากฏการณ์ฝนดาว
ตกเจมินิดส์ (Geminids Meteor Shower)
ซึ่งจะปรากฏให้เห็นในคืนของวันที่ 13-14 ธันวาคม นี้

ทั้งนี้ฝนดาวตกเจมินิดส์ (Geminids Meteor Shower) ถือว่าเป็นฝนดาวตกที่มีความสวยงามมากที่สุด
ในบรรดาฝนดาวตกที่เด่นๆทั้งหมด เนื่องจากมีความหลากหลายของสีที่สวยงามมาก
การเกิดฝนดาวตกเจมินิดส์เกิดขึ้นจากแกนกลางของดาวหางที่สลายตัวหมดแล้วกลาย
เป็นดาวเคราะห์น้อย 3200 Phaethon โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่กลุ่มดาวคนคู่
มีอัตราการตกเกิดขึ้นโดยเฉลี่ยมากกว่า 60 ดวงต่อชั่วโมง
ปกติจะเห็นได้ตั้งแต่คืนวันที่ 6-19 ธันวาคม
ฝนดาวตกนี้จะมีมากที่สุดในช่วงก่อนฟ้าสางของวันที่ 13 ของเดือนธันวาคม
แต่เนื่องจากวันดังกล่าวเป็นวันแรม 1 ค่ำ
ซึ่งเป็นช่วงที่ดวงจันทร์เกือบเต็มดวงและส่องแสงสว่างมาก
จึงอาจทำให้เห็นเฉพาะฝนดาวตกในดวงที่มีความสว่างมากเท่านั้น
ส่วนฝนดาวตกที่มีแสงสว่างน้อยอาจจะไม่สามารถมองเห็นได้
ซึ่งการเกิดปรากฏการณ์ฝนดาวตกเจมินิดส์
ในปีนี้ จะสามารถสังเกตเห็นได้ทางทิศตะวันออก และจะเริ่มเห็นได้ในช่วงเวลาตั้งแต่ 21.30 น.
เป็นต้นไป ซึ่งปรากฏการณ์ฝนดาวตกดังกล่าวเป็นฝนดาวตกอีกอย่างหนึ่งที่มีความน่าสนใจมาก ในปีนี้ 
   

 

เกิดสุริยุปราคา 26 ม.ค

 เมื่อ วันที่ 11 ธ.ค. รศ.บุญรักษา สุนทรธรรม ผอ.สถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติ เปิดเผยว่า
ในวันที่ 26 ม.ค. 2552 จะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคา
โดยดวงจันทร์จะเข้าบังดวงอาทิตย์เวลาประมาณ 16.15 น.
เมื่อมองจากโลกจะเห็นเงาดวงจันทร์บังดวงอาทิตย์บริเวณศูนย์กลาง
ทำให้มองเห็นดวงอาทิตย์เป็นวงแหวน
โดยจะมองเห็นได้ชัดเจนในประเทศอินโดนีเซียและประเทศแถบทางใต้ของไทย
ในส่วนของประเทศไทยจะมองเห็นปรากฏการณ์นี้ได้ชัดเจน
แต่เป็นแบบสุริยุปราคาบางส่วนในจังหวัดแถบภาคใต้ และจะเห็นน้อยลงในจังหวัดที่อยู่เหนือขึ้นมา
นอกจากนี้ ในวันที่ 22 ก.ค. จะเกิดปรากฏการณ์สุริยุปราคาแบบเต็มดวงขึ้นอีกครั้ง
ซึ่งนับว่าเป็นครั้งสำคัญเนื่องจากเงาของดวงจันทร์จะบังดวงอาทิตย์จนหมด
เป็นเวลายาวนานถึง 6 นาที  นับเป็นการบดบังที่ยาวนานมากนับตั้งแต่ปี 2538
ที่เคยเกิดสุริยุปราคาแบบเต็มดวงเป็นเวลาเพียง 2 นาทีเท่านั้น
แต่เหตุการณ์นี้จะมองเห็นชัดเจนในจีน ส่วนประเทศไทยจะมองเห็นแค่บางส่วนเท่านั้น

 

 

 

edit @ 13 Dec 2008 21:37:04 by wakkaz

edit @ 13 Dec 2008 22:01:13 by wakkaz